เก่ง ดี มีสุข

 "เก่งดีมีสุขสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์"

นานมาแล้วโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีครู ๑ คน และนักเรียน ๒๐ คน ทั้งครูและนักเรียน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเหมือนกับเป็นคนครอบครัวเดียวกัน กระทั่งมาวันหนึ่งเด็กชายคนหนึ่งในโรงเรียนมาบอกครูว่า ของใช้ส่วนตัวเขาหายไป! ซึ่งสงสัยว่าจะโดนเพื่อนขโมย ครูรับปากจะดูแลเรื่องของที่หายไป เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ของใช้ของเด็กๆ เริ่มหายไปทีละคน แต่ครูก็ไม่สามารถหาตัวคนผิดมาลงโทษได้ เด็กทุกคนรายงานต่อครูให้ทราบ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณของหายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งเด็กๆทั้ง ๑๙ คน วางแผนจะบอกครูว่า จะขอลาจากโรงเรียน เพราะไม่เห็นว่าครูจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้เลย ในที่ประชุมวันนั้นนักเรียนครบทั้ง ๒๐ คน ครูได้กล่าวชมนักเรียนทั้ง ๑๙ คนว่า “พวกเธอทั้ง ๑๙ คนเป็นคนดี  ครูขอยกย่องและยอมให้นักเรียนทั้ง ๑๙ คนลาออกจากโรงเรียน เพราะเป็นคนดีแล้ว ครูคงไม่ต้องสอนพวกเธออีกต่อไป”

     นักเรียนทั้ง ๑๙ คนได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงกับประหลาดใจกับคำพูดของครู ( เพราะไม่เป็นเหมือนที่เด็กๆคิด คือครูจะต้องไล่เพื่อนคนเดียวที่ถุกต้องสงสัยว่าเป็นขโมยของออกไป) จากนั้นครูก็พุดต่อว่า “เด็กคนนี้ยังมีปัญหาครูคงขอร้องพวกเธอที่จะยังให้เขาอยู่ที่โรงเรียนนี้ต่อไป เพราะเขายังเป็นคนดีไม่ได้ครูคงต้องอบรมให้เขาเป็นคนดีให้ได้เสียก่อน” เด็กชายคนที่ขโมยของเมื่อได้ยินคำพูดของครู ก็ตกใจ!! เม่อรู้สึกตัว ก็คลานมากราบที่เท้าครู และพูดทั้งน้ำตาว่า

     “ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มขโมยของ ครูก็มาเตือนผม แต่ผมก็ยังคงขโมยของอีกซ้ำๆ ไม่เชื่อฟังครู ... แต่วันนี้ ผมก็เห็นแล้วว่าครูก็ยังรักผม ให้โอกาสได้เรียนได้ศึกษาต่อ” เด็กเกิดความซาบซึ้งในน้ำใจครู และสัญญาว่าจะเป็นคนดี พร้อมทั้งหันปพูดกับกลุ่มเพื่อนๆว่า “ขอให้ทุกคนให้อภัยผมด้วย ผมทำผิดแล้ว และสัญญาว่าจะเอาของที่ขโมยไป มาคืนให้กับเพื่อนๆทุกคน” ครูเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดีและดีใจที่เด็กคนนั้นยอมรับผิด และกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ขณะที่เด็กทั้ง ๑๙ คน ก็กราบขอโทษครู และพุดว่า “ เป็นสิ่งที่เขาเข้าใจผิดกันมาตลอดว่าครูไม่สนใจที่จะแก้ปัญหาหรือสนใจนักเรียนเลย ตรงกันข้ามครูได้ใส่ใจและทำทุกวิถีทางด้วยความรัก ความเมตตา เพื่อให้เพื่อนที่มีปัญหาได้กลับตัวเป็นดี”

     ทั้งนักเรียนและครูกลับมากอดกันและร้องไห้ ปรับความเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันเอื้ออาทรต่อกันอย่างมีความสุข

     นี่เป็นเพียงหนึ่งในนิทานนับร้อยเรื่อง ที่ทุกๆเช้า ระดับผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังอย่าง ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา (คนไทยผู้คิดค้นวิธีการจอดยานไวกิ้ง บนดาวอังคารได้สำเร็จจากการนั่งสมาธิ) จะมาเล่านิทานให้เด็กๆในโรงเรียนสัตยาไสฟังทุกๆเช้า พร้อมทั้งสวดมนต์ไหว้พระเพื่อทำสมาธิ ชำระล้างจิตใจให้ผ่องใส และมีความสุขในการเรียนในแต่ละช่วงวัน

     กระบวนการ "จัดการความรู้"

     โรงเรียนสัตยาไส อำเภอลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี กว่า ๑๕ ปี ในการก่อตั้งสถาบันการศึกษาสัตยาไส ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้คิดค้นการเรียนรู้เพิ่มเสริมสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ อาศัยกระบวนการ “ จัดการความรู้” ที่โดดเด่นและแตกต่างจากโรงเรียนส่วนใหญ่ ตรงที่เป็การจัดการกับ “จิตใจ” ของมนุษย์ อาศัยหลักคุณธรรม ๕ ประการ คือ มีความรักความเมตตา,ความจริง,ความประพฤติชอบ,สันติและอหิงสา คือไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

     เมื่อเป้าหมายของการจัดการศึกษาคือ การให้นักเรียนเป็นคนดีแล้วกระบวนการจึงเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่เป้าหมายนั้น คือ การออกแบบการเรียนรู้ ร.ร สัตยาไส จึงจัดการเรียนการสอนด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งจากผู้บริหาร ครู และนักเรียน เพื่อยกระดับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในหลายๆช่วงเวลาในหนึ่งวัน อย่างเช่น เช้าตรู่  (ประมาณตีห้าครึ่ง) ดร. อาจอง จะเป็นผู้นำกระบวนการให้เด็กทำสมาธิ ไหว้พระ สวดมนต์ พร้อมทั้งการเล่านิทาน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม โดยที่เด็กๆไม่รู้ตัว ถัดมาในคาบเรียนวิชาแรก นักเรียนทุกคนจะได้นั่งสมาธิช่วงเช้าร่วมกันประมาณ ๕๐นาทีก่อนเข้าเรียน เป็นการเรียกสติให้นักรียนมีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียน ช่วงต่อไปคือ ระหว่างคาบเรียนแม้จะเป็นการเรียนกลุ่มสาระวิชาทั้ง ๘ ตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาฯ ก็ตาม แต่ละคาบเรียนจะมีบทบาทในการบูรณาการคุณค่าความเป้นทมนุษย์เข้าไปในกลุ่มสาระ โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายรูปแบบ เปรียบเทียบแก้บทเรียนด้านลบเป็นด้านบวก การตัดสินใจ และการระดมความคิด ในห้องเรียนเต็มไปด้วยการเล่านิทาน การเล่นเกม มีดนตรีประกอบเป็นระยะๆ และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นต้น และช่วงสุดท้าย ทุกๆวันศุกร์ จะมีคาบบูรณาการกลุ่มสาระวิชาในช่วงชั้นเดียวกัน ครั้งละ ๒ ชั่งโมง

     ครูผู้สอนจะต้องมาประชุมกันในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ จัดเป็น “ฐาน” กิจกรรมหมุนเวียนกันครบทุกฐาน และนักเรียนจะต้องสรุปว่าได้เรียนรู้อะไร เช่น การทำงานร่วมกันเป็นทีม ความรัก ความสามัคคี เป็นต้น โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงองค์ประกอบและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์หลายประการ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ที่มีความสงบ เป็นธรรมชาติ มีป่า ภูเขา และแม่น้ำ  เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตใจของนักเรียนและครู

     บทบาทครูในกระบวนการเรียนรู้

     ครูจะอยู่ในบทบาทผู้เอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้โดยการประพฤติตนเป็นแบบอย่าง จะต้องมีความรักความเมตตา ต้องสามารถสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น ขระเดียวกันต้องกระตุ้นให้นักเรียนนำคุณค่าความเป็นมนุษย์ออกมาจากภายใน โดยมีการฝึกสมาธิ เป็นเครื่องมือสำคัญ

     “ ผมใช้วิธีการฝึกสมาธิด้วยการให้เด็กฝึกนำแสงสว่างไปยังจุดต่างๆของร่างกาย เช่น เมื่อจินตนาการว่าแสงสว่างไปอยู่ที่มือ ผมจะบอกเขาว่า เราจะทำแต่ความดี ใช้สองมือนี้อย่างสร้างสรรค์ ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ เด็กจะคิดตามและคิดถึงแต่สิ่งดีๆที่ครูเป็นผู้นำให้คิด” ดร.อาจองเล่าถึงวิธีการสร้างสมาธิและย้ำว่า “จุดสำคัญที่สุดครูจะต้องมีบทบาทในการนำไปสู่การคิดในเรื่องที่ดีและมีคุณค่า มิใช่การให้เด็กนั่งสมาธิในความเงียบตามลำพัง”

      น้องภู” ด.ช. ศรัณญ์ ถาวรกูล นักเรียนชั้น ป.๖ เล่าให้ฟังว่า บ้านผมอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ พ่อกับแม่ให้มาเรียนที่ลพบุรีตอน ป. ๑ ผมเรียนที่นี่แล้วมีความสุขมาก ครูที่สอนดีและใจเย็นๆ บางครั้งผมไม่ได้ตั้งใจเรียนเวลาอยู่ในห้อง แต่การได้ทำสมาธิทุกเช้า ทำให้ผมรู้สึกว่าผ่อนคลาย มีสติมีสมาธิมาก เวลาท่องหนังสือก็จำได้ดีและเอาไปทำข้อสอบได้ออกมาดีด้วย

       ขณะที่ “น้องตาหนู” ด.ช. ชานนท์ จุลศิลป์ เพื่อนร่วมห้องน้องภู เล่าเสริมให้ฟังว่า “ บ้านผมอยู่จังหวัดอุดรธานี ย้ายมาเรียนที่นี่ตอน ป.๕. แรกๆเข้ามาก็ยังรู้สึกแปลกๆ ที่เพื่อนๆที่นี่ไม่ค่อยเหมือนกับโรงเรียนเก่าที่ตนเคยอยู่ ซึ่งเวลาต่อมาก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆได้ ที่นี่เพื่อนๆจะมีน้ำใจ ช่วยกันเรียน ไม่แข่งขันกัน อาจเป็นเพราะที่เป็นโรงเรียนประจำด้วย พวกเราเลยเป็นเหมือนพี่น้องกัน มีอะไรก็ช่วยเหลือกันตลอด” น้องตาหนูเล่าถึงความประทับใจในโรงเรียนใหม่

      แม้ความมุ่งหวังของผู้ปกครองส่วนมาก ต้องการจะให้ลูกหลานของตนเองมีความฉลาด และต้องเก่งด้านเนื้อหาวิชาการ กอปรกับโรงเรียนส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นการเรียนที่แข่งขันทั้งเรื่องคุณภาพวิชาการรวมไปถึงพฤติกรรมเด็กที่ต้องแย่งชิงความเป็นที่ ๑ ตามความคาดหวังของผู้ใหญ่ หากแต่ขาดความสุขในการเรียนรู้ ขาดการพัฒนาด้าน “จิตใจ” ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนบรรลุผล ๓ ประการ คือ เก่ง ดี และมีสุข และสัตยาไสเป็นหนึ่งในน้อยโรงเรียนที่ตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างสมบูรณ์

 


 

 สถานที่ติดต่อ :  หมู่ ๒ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ๑๕๑๓๐ โทรศัพท์ ๐๓๖-๔๖๒-๓๓๔-๗

โทรสาร ๐๓๖-๔๖๒-๓๓๘    ว็บไซต์ : www.sathyasai.ac.th

 

 

จำนวนผู้อ่าน : 7667
ส่งบทความนี้ให้เพื่อนของคุณ
ชื่อผู้ส่ง
อีเมล์ของคุณ
สามารถส่งได้ครั้งละ 5 ท่านค่ะ
ข้อความของคุณ
ส่งอีเมล์มาที่ตัวเองด้วยค่ะ