แรงบันดาลใจ


"แรงบันดาลใจ" เป็นของสำคัญ เพราะแรงบันดาลใจทำให้เรามีแรง มีความคิดความใผ่ฝันที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่เรารู้สึกว่า มีความหมาย แรงบันดาลใจเป็นขุมพลังทั้งในการจุดระเบิดแรกเริ่มให้เราลุกขึ้น ทำอะไรต่อมิอะไร และยังคงเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงประคับประคองให้เราทำสิ่งนั้นจนลุล่วง หากสิ่งที่เราทำจากแรงบันดาลใจนั้น ลุล่วงจนเกิดผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้อื่นด้วย ผลของมันก็ยิ่งใหญ่กว้างขวางออกไป และกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น เป็นลูกโซ่ต่อเนื่องด้วย และถึงแม้ว่าสิ่งที่เราทำจากแรงบันดาลใจนั้น จะมิได้ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้าง ตามสายตาและมาตรฐานของสังคมทั่วไป แต่ผลจากการกระทำตามแรงบันดาลใจนั้น ก็ยังมีคุณค่ามาก มากกว่าการทำอะไรไปเรื่อยๆ ตามกระแส ตามหน้าที่ หรือพวกมากลากไป เพราะทำไปจากเบื้องลึกของหัวใจตนเอง และกลายเป็นช่องทางที่จะทำให้เราค้นพบตัวเองได้ และในที่สุดก็จะเกิดสันติสุขในใจ จากการค้นพบตัวเองนั้น

แรงบันดาลใจนั้น อันที่จริงก็มีอยู่ทั่วไป มาให้พบสัมผัสกันได้ในหลายรูปแบบ ทว่าแม้จะมีอยู่ทั่วไป ก็น่าแปลกใจที่ ไม่ทุกคนบนโลกนี้จะโชคดีได้มาพานพบ ที่ว่าโชคดีนั้น ก็มิใช่ว่าสวรรค์บันดาล แต่เป็นเพราะผู้นั้นมีความละเอียดละออที่จะมองหา และมีหัวใจอิสระที่จะเปิดรับมันเข้าเมื่อพบเจอ

เรื่องราวของแรงบันดาลใจในชีวิตผู้คนต่าง ๆ เป็นสิ่งน่าสนใจ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ได้รับรู้ด้วย คราวนี้จึงใคร่ขอเสนอความสำเร็จของศิลปินไทยท่านหนึ่ง ซึ่งก้าวเดินตามแรงบันดาลใจที่เขาได้พบและสัมผัสในเยาว์วัย จนมีผลยิ่งใหญ่ต่อชีวิตในวันนี้ นี่คือเรื่องราวของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ผู้อำนวยเพลง (Conductor) ดาวรุ่งชาวไทย ที่ไปศึกษาเล่าเรียนและประกอบอาชีพอำนวยเพลงอยู่ในสหรัฐอเมริกา คุณบัณฑิต เพิ่งชนะเลิศการอำนวยเพลงในรายการแข่งขันการอำนวยเพลง รายการใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งของโลก คือรายการ "Maazel-Vilar Conductors Competition" เมื่อปลายปีที่แล้ว การแข่งขันนี้ ก่อตั้งและสนับสนุนโดย Lorin Maazel ผู้อำนวยเพลงเอกของโลก ชาวอเมริกัน และ Alberto Vilar เศรษฐีชาวอเมริกัน-คิวบา ผู้มีใจรักศิลปะดนตรี

การแข่งขันดังกล่าว กินเวลา 20 เดือน มีผู้อำนวยเพลงรุ่นใหม่สมัครเข้าร่วมถึง 362 คน จาก 5 ทวีป บัณฑิต ได้รับคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย 8 คน ซึ่งต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ที่หอแสดงดนตรี Carnegie Hall กรุงนิวยอร์ค คณะกรรมการตัดสินในรอบสุดท้ายของการแข่งขันประกอบด้วย ผู้อำนวยเพลง และนักดนตรีเอกของโลก 8 ท่าน มี Lorin Maazel เป็นประธาน

เกณฑ์การทดสอบ และการตัดสินรอบสุดท้ายนั้น เข้มข้นมาก ผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ต้องทดสอบในด้านเทคนิคดนตรีที่จำเป็น สำหรับการอำนวยเพลง เช่น สามารถบันทึกสกอร์โน้ต เพลงวงดุริยางค์ทุกแนวเสียงลงบนกระดาษโน้ตจากความทรงจำ, สามารถบอกโน้ตเสียงผิด ที่วงดุริยางค์บรรเลงโดยทันที, เขียนบันทึกคอร์ดโน้ต 8 ตัวที่ได้ยินจากเปียโน นอกเหนือจากนี้ก็เป็นการอำนวยเพลงบทเพลงต่างๆ ให้วงดุริยางค์บรรเลงจริง ๆ บนเวทีแสดง

สำหรับคุณบัณฑิตของเรานั้น ต้องเตรียมเพลงสำหรับแสดงในช่วง 4 วันสุดท้ายของการแข่งขันถึง 11 บท ได้แก่ เพลงซิมโฟนี หมายเลข 7 ของ Dvorak, เพลงซิมโฟนีของ Stravinsky, บทเพลงร้องของ Mozart ร่วมกับนักร้องโซปราโน, เพลง Tzigane สำหรับเดี่ยวไวโอลินกับวงของ Ravel, บทโหมโรง ละครเรื่อง A Midsummer Night's Dream ของ Mendelssohn, ดนตรีบัลเลต์เรื่อง Firebird ของ Stravinsky, บทเพลงร้องขนาดใหญ่สำหรับเสียงโซปราโน กับวงชุด The Four Last Songs และเพลงซิมโฟนิคโพเอ็ม เรื่อง Till Eulenspiegel's Merry Pranks ของ Richard Strauss

หลังการแข่งขันรอบสุดท้าย Lorin Maazel ก็ประกาศผลตัดสินให้ บัณฑิต อึ้งรังษี ชนะเลิศรางวัลสูงสุด ด้วยคะแนนเท่ากับ เจียง ชาง ผู้อำนวยเพลงชาวจีน ทั้ง 2 ท่าน ได้รับรางวัลคนละประมาณ 2 ล้านบาท ได้ฝึกงานกับ Maazel และได้อำนวยเพลงกับวงดุริยางค์ชั้นนำหลายรายการ

คุณบัณฑิต เป็นชาวกรุงเทพ ปัจจุบันอายุ 31 ปี ทำงานเป็นผู้อำนวยเพลง และพำนักที่เมืองชาวร์สตัน รัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐฯ บัณฑิตเล่นกีตาร์คลาสสิกในช่วงวัยรุ่น และได้รับแรงบันดาลใจอย่างมหาศาลเมื่อได้ชมการแสดงของวงดุริยางค์นิวยอร์คฟิลฮาร์โมนิค นำวงโดย สุบิน เมธา เมื่อครั้งมาแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในปี ค.ศ.1988 ทำให้ตัดสินใจมุ่งมั่นที่จะเลือกเส้นทางชีวิตสายดนตรี เขาลาออกจากการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แล้วไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Wollongon ประเทศออสเตรเลีย เรียนสำเร็จได้รับปริญญาตรี 2 ใบ ด้านการประพันธ์เพลงและการบริหารธุรกิจ จากนั้นเข้าเรียนด้านการอำนวยเพลง ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐฯ เมื่อเรียนจบก็ทำงาน และเติบโตในวงการดนตรีคลาสสิกของอเมริกามาเป็นลำดับ

เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา คุณบัณฑิต เขียนเล่ามาให้เราชาวไทย ได้รู้ถึงชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ในเส้นทางสายดนตรีระดับโลก ข้อเขียนของคุณบัณฑิต ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาน่าสนใจมาก คุณบัณฑิตเล่าว่า หลังจากชนะการแข่งขัน Maazel ก็ยังดูแลเขาอย่างดี ให้การสนับสนุน และหาโอกาสในการทำงานกับวงดุริยางค์ชั้นนำของโลกตลอดมา และปัจจุบัน เขายังได้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยเพลงของ Maazel ในการทำงานร่วมกับวงดุริยางค์นิวยอร์คฟิลฮาร์โมนิค (ปัจจุบัน Lorin Maazel เป็นผู้อำนวยการดนตรีของวงดุริยางค์วงนี้) ซึ่งเป็นวงดุริยางค์ที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างมหาศาลแก่เขาเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

และสิ่งที่ดูเหมือนจะน่าตื่นเต้นสำหรับคุณบัณฑิตยิ่งกว่าสิ่งใดคือ เมื่อต้นเดือนมกราคม เขาได้พบปะ และทำงานร่วมกับ สุบิน เมธา ผู้เป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจทั้งหลายทั้งปวงของชีวิตเขา ร่วมกับวงดุริยางค์นิวยอร์คฟิลฮาร์โมนิคด้วย เมื่อพบปะกันในครั้งแรก คุณบัณฑิตเข้าไปแนะนำตัวกับฮีโร่ของเขา และเล่าให้ฟังว่า ท่านคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาเปลี่ยนเส้นทางชีวิต เมื่อค้นพบว่าตัวเองต้องการทำอะไรให้แก่ชีวิต สุบิน เมธา กล่าวกับคุณบัณฑิตว่า ท่านยังจำคอนเสิร์ตที่กรุงเทพในครั้งนั้นได้ และยังอยากจะกลับมาแสดงที่เมืองไทยอีก และท่านชอบอาหารไทยมากด้วย คุณบัณฑิต กล่าวว่าประสบการณ์ที่เขากำลังเก็บเกี่ยวในการได้ทำงานกับ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการดนตรีคลาสสิกโลกขณะนี้ เป็นของมีค่ามหาศาล และมีความหมายกับตัวเขามาก เงินรางวัลมากมายเพียงใดก็ไม่สามารถซื้อหาได้

ในคืนวันตัดสินการแข่งขันรอบสุดท้ายของรายการ Maazel-Vilar Competition ปีที่แล้ว Lorin Maazel กล่าวแสดงความยินดีกับผู้อำนวยเพลงดาวรุ่งดวงใหม่ และต่อผู้ชมว่า

สิ่งที่เราเห็นอยู่นี้ คือความวิเศษมหัศจรรย์ นี่คือเส้นทางและอนาคตของดนตรีคลาสสิกในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

(You are seeing magic. This is where classical music is going to go in the next decades.)

*****************************************


โดย : อาจารย์สดับพิณ รัตนเรือง

ข้อมูลจาก : http://www.chintakarn.com

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ โรงเรียน อนุบาล โรงเรียนอนุบาล  เสริมทักษะ  โรงเรียนประถม เนอร์สเซอรี่

จำนวนผู้อ่าน : 1080
 
ส่งบทความนี้ให้เพื่อนของคุณ
ชื่อผู้ส่ง
อีเมล์ของคุณ
สามารถส่งได้ครั้งละ 5 ท่านค่ะ
ข้อความของคุณ
ส่งอีเมล์มาที่ตัวเองด้วยค่ะ